EDITH · EDUCATION FOR DETECTING INTELLIGENT TECHNOLOGY HOAXES

สาธิตเส้นทางบทเรียนรู้เท่าทันสื่อ AI

คลิปการสอนครบทั้ง 6 บท (ชื่อตามคลิปต้นทาง) พร้อมสรุปเนื้อหาแต่ละบท โจทย์กิจกรรมของทุกบท และแบบทดสอบก่อน–หลังเรียนชุดเดียวกัน 30 ข้อ วิดีโอจะเชื่อมต่อ YouTube ก็ต่อเมื่อกดเปิด และการลองทำทั้งหมดอยู่ในหน้านี้เท่านั้น

บทที่ 1

บทเรียนที่ 1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) และ Generative AI

กดปุ่มเพื่อโหลดคลิปจาก YouTube

บทเรียนที่ 1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) และ Generative AI

รู้จักกระบวนการทำงาน แยกงานวิเคราะห์ออกจากงานสร้างเนื้อหา และตรวจผลลัพธ์อย่างมีวิจารณญาณ

จุดประสงค์การเรียนรู้
เมื่อจบบทนี้ ผู้เรียนสามารถอธิบาย AI และ Generative AI ในระดับพื้นฐาน จำแนกตัวอย่างการใช้งาน และบอกข้อจำกัดของผลลัพธ์จาก AI ได้

AI ทำงานอย่างไร
มองกระบวนการเป็น 3 ขั้น: รับข้อมูลหรือคำสั่ง (Input) ประมวลผลรูปแบบที่ระบบเรียนรู้หรือถูกออกแบบไว้ (Processing) และส่งผลลัพธ์ (Output) เช่น การจัดประเภท การแนะนำ การคาดการณ์ หรือการสร้างเนื้อหา

AI ที่วิเคราะห์และ Generative AI
ระบบวิเคราะห์หรือคาดการณ์ใช้ข้อมูลเพื่อจำแนก แนะนำ หรือคาดการณ์ เช่น กรองสแปมหรือแนะนำวิดีโอ ส่วน Generative AI สร้างผลลัพธ์ใหม่ตามคำสั่ง เช่น ข้อความ ภาพ เสียง โค้ด หรือวิดีโอ การแบ่งนี้อธิบายลักษณะงานหลัก ไม่ได้หมายความว่าระบบหนึ่งจะทำได้เพียงอย่างเดียว

ข้อจำกัดที่ควรรู้
AI อาจสร้างข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือดูน่าเชื่อถือทั้งที่ไม่ถูกต้อง ข้อมูลและคำสั่งอาจสะท้อนอคติ และคุณภาพของผลลัพธ์ขึ้นกับข้อมูลกับข้อจำกัดของระบบ จึงควรตรวจสอบความถูกต้อง ความทันเวลา และหลักฐานประกอบ โดยเฉพาะเรื่องสำคัญควรมีมนุษย์ตรวจทาน

ลองคิดต่อ
ก่อนเชื่อผลลัพธ์จาก AI ให้ถามว่า ระบบกำลังวิเคราะห์หรือสร้างเนื้อหา ผลลัพธ์มีหลักฐานหรือไม่ มีจุดไหนผิดพลาดได้ และเรื่องนี้มีผลกระทบสูงจนต้องตรวจเพิ่มหรือไม่

แหล่งอ้างอิงในเอกสารบทเรียน: NIST AI RMF 1.0 (2023); NIST Generative AI Profile (2024); TDGA, AI for Everyone

กิจกรรมท้ายบท

เลือกคำตอบ

แยกประเภทการใช้ AI

ข้อใดเป็นตัวอย่างของ Generative AI?

จัดหมวดหมู่

จัดหมวดหมู่ AI

อ่านข้อความแต่ละข้อ แล้วเลือกประเภท AI ให้เหมาะกับหน้าที่หลักของระบบ เมื่อเลือกครบทั้ง 3 ข้อ ให้กดตรวจคำตอบ

จับคู่

จับคู่เหตุผลที่ควรตรวจสอบผลลัพธ์จาก AI

จับคู่ข้อความแต่ละข้อกับหัวข้อที่ตรงกัน โดยใช้แต่ละหัวข้อได้หนึ่งครั้ง เมื่อจับคู่ครบทั้ง 4 คู่ ให้กดตรวจคำตอบ

บทที่ 2

บทเรียนที่ 2 ภาพที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ เกิดขึ้นได้อย่างไร และควรสังเกตอะไร

กดปุ่มเพื่อโหลดคลิปจาก YouTube

บทเรียนที่ 2 ภาพที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ เกิดขึ้นได้อย่างไร และควรสังเกตอะไร

เรียนรู้จุดสังเกตของภาพและเข้าใจว่าเบาะแสทางภาพยังยืนยันที่มาไม่ได้

จุดประสงค์การเรียนรู้
เมื่อจบบทนี้ ผู้เรียนสามารถอธิบายภาพรวมการสร้างภาพด้วย AI ระบุจุดที่ควรตรวจเพิ่มได้อย่างน้อย 6 ด้าน และอธิบายได้ว่าจุดผิดปกติเป็นเพียงสัญญาณเตือน

ภาพสร้างด้วย AI โดยสรุป
ผู้ใช้ป้อนคำสั่ง ระบบประมวลความสัมพันธ์ขององค์ประกอบจากรูปแบบที่เรียนรู้ แล้วสร้างและปรับภาพตามคำสั่ง ภาพที่ได้จึงไม่จำเป็นต้องบันทึกเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น

จุดสังเกต 6 ด้าน
1. มือ นิ้ว และอวัยวะ: จำนวนหรือข้อต่อดูไม่เป็นธรรมชาติ
2. รายละเอียดซ้ำและรอยต่อ: วัตถุหรือพื้นผิวซ้ำ กลืนกัน หรือเชื่อมต่อผิดปกติ
3. ขอบวัตถุ ใบหน้า และพื้นผิว: เบลอหรือผิดรูป
4. บริบทของวัตถุ: สิ่งต่าง ๆ ไม่สอดคล้องกับสถานที่หรือเหตุการณ์
5. ตัวอักษร โลโก้ และตัวเลข: สะกด อ่าน หรือจัดรูปทรงผิดปกติ
6. แสง เงา และทิศทาง: ไม่สัมพันธ์กับองค์ประกอบในภาพ

สัญญาณไม่ใช่ข้อพิสูจน์
ภาพจริงอาจผิดเพี้ยนจากการถ่าย การตัดต่อ หรือการบีบอัด และภาพที่สร้างด้วย AI อาจดูสมจริงมาก จุดสังเกตช่วยให้ตั้งคำถาม แต่ไม่เพียงพอจะยืนยันที่มา ควรตรวจสอบแหล่งที่มาและบริบทต่อในบทที่ 3

แหล่งอ้างอิงในเอกสารบทเรียน: Chulalongkorn University; Adobe Firefly; Thai PBS; SFCC Library Guide

กิจกรรมท้ายบท

ตัดสินใจ + เลือกหลักฐาน

สัญญาณหรือข้อพิสูจน์?

พบมือหรือตัวอักษรผิดรูปในภาพ ควรสรุปอย่างไร?

สิ่งที่จะทำ
หลักฐานประกอบการตัดสินใจ
จับสังเกตจุดในภาพ

เปรียบเทียบภาพคนถือถ้วยกาแฟ

เปรียบเทียบภาพปกติทางซ้ายกับภาพ AI ทางขวา ปักหมุดภาพละ 2 จุด เพื่อเทียบรายละเอียด พร้อมเลือกเหตุผลทุกหมุด จุดในภาพปกติเป็นจุดเปรียบเทียบ ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อผิดพลาด

ภาพที่ 1 · ภาพปกติ
ภาพที่ 1 · ภาพปกติ · Shixart1985 / Wikimedia Commons / CC BY 2.0 · ย่อและครอปกึ่งกลางเป็นสี่เหลี่ยม
ภาพที่ 2 · ภาพ AI
ภาพที่ 2 · ภาพ AI · ภาพสร้างด้วย AI จัดทำและส่งให้ใช้ในบทเรียนโดยเจ้าของโครงการ · ไม่ระบุเครื่องมือ/รุ่น

เดโมเปิดดูภาพประกอบเท่านั้น · การปักหมุดตรวจจุดและตรวจคำตอบมีเฉพาะในระบบผู้เรียน

จับสังเกตจุดในภาพ

เปรียบเทียบภาพมือใช้งานโทรศัพท์

เปรียบเทียบภาพปกติทางซ้ายกับภาพ AI ทางขวา ปักหมุดภาพละ 2 จุด เพื่อเทียบรายละเอียด พร้อมเลือกเหตุผลทุกหมุด จุดในภาพปกติเป็นจุดเปรียบเทียบ ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อผิดพลาด

ภาพที่ 1 · ภาพปกติ
ภาพที่ 1 · ภาพปกติ · Shixart1985 / Wikimedia Commons / CC BY 2.0 · ย่อและครอปกึ่งกลางเป็นสี่เหลี่ยม
ภาพที่ 2 · ภาพ AI
ภาพที่ 2 · ภาพ AI · ภาพสร้างด้วย AI จัดทำและส่งให้ใช้ในบทเรียนโดยเจ้าของโครงการ · ไม่ระบุเครื่องมือ/รุ่น

เดโมเปิดดูภาพประกอบเท่านั้น · การปักหมุดตรวจจุดและตรวจคำตอบมีเฉพาะในระบบผู้เรียน

บทที่ 3

บทเรียนที่ 3 การสังเกตและตรวจสอบสื่อก่อนเชื่อ

กดปุ่มเพื่อโหลดคลิปจาก YouTube

บทเรียนที่ 3 การสังเกตและตรวจสอบสื่อก่อนเชื่อ

เปลี่ยนจากการเดาเป็นการตรวจสอบภาพ ที่มา และบริบทอย่างเป็นขั้นตอน

จุดประสงค์การเรียนรู้
เมื่อจบบทนี้ ผู้เรียนสามารถแยกการวิเคราะห์ 3 ด้าน เรียงขั้นตอนตรวจสอบ และใช้ checklist ประเมินแหล่งที่มากับหลักฐานได้

วิเคราะห์ 3 ด้านร่วมกัน
Visual: สื่อแสดงอะไร มีองค์ประกอบผิดปกติ การตัดต่อ หรือการนำเสนอที่อาจทำให้เข้าใจผิดหรือไม่
Technical: ตรวจคุณภาพไฟล์และ metadata/EXIF เมื่อมีไฟล์ต้นฉบับ แต่การไม่มี metadata ไม่ได้พิสูจน์ว่าสื่อปลอม เพราะแพลตฟอร์มหรือภาพหน้าจออาจลบข้อมูลเหล่านี้
Contextual: ใครเผยแพร่ เมื่อใด ที่ไหน มีแหล่งอื่นรายงานตรงกันหรือไม่ และสื่อนี้เคยอยู่ในบริบทอื่นมาก่อนหรือไม่

ใช้ SIFT
Stop: หยุดก่อนเชื่อหรือแชร์ โดยเฉพาะเมื่อเนื้อหากระตุ้นอารมณ์
Investigate the Source: ตรวจสอบผู้เผยแพร่และแหล่งที่มา
Find Better Coverage: ค้นหาหลักฐานหรือรายงานจากแหล่งอื่น
Trace Claims to Original Context: สืบกลับไปยังภาพ คำพูด หรือข้ออ้างต้นฉบับ

เช็กลิสต์ก่อนแชร์
ระบุข้ออ้าง ตรวจผู้เผยแพร่และวันที่ ดูรายละเอียดทางภาพและเทคนิค ค้นหาแหล่งยืนยันอิสระ ตรวจบริบทและต้นฉบับ แล้วจึงตัดสินใจว่าจะเชื่อหรือแชร์หรือไม่ หากหลักฐานยังไม่พอ ให้คงความไม่แน่ใจไว้

แหล่งอ้างอิงในเอกสารบทเรียน: Caulfield, SIFT (2019); UNESCO Media and Information Literacy (2024)

กิจกรรมท้ายบท

เลือกคำตอบ

เริ่มตรวจสอบด้วย SIFT

เมื่อพบโพสต์ที่ทำให้ตกใจและชวนให้แชร์ทันที ควรเริ่มจากอะไร?

จับคู่

จับคู่การตรวจสอบสื่อกับขั้นตอน SIFT

อ่านสถานการณ์แต่ละข้อ แล้วจับคู่กับขั้นตอน SIFT ที่ตรงที่สุด ใช้ขั้นตอนเดิมซ้ำได้เมื่อหลายสถานการณ์เข้าข่ายเดียวกัน ครบ 6 ข้อแล้วกดตรวจคำตอบ

บทที่ 4

บทเรียนที่ 4 ความปลอดภัยและความเสี่ยงจากปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI)

กดปุ่มเพื่อโหลดคลิปจาก YouTube

บทเรียนที่ 4 ความปลอดภัยและความเสี่ยงจากปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI)

รู้จักสัญญาณเร่งรัดและวิธีหยุดตรวจสอบเมื่อพบสื่อหรือคำขอที่น่าสงสัย

จุดประสงค์การเรียนรู้
เมื่อจบบทนี้ ผู้เรียนสามารถระบุสัญญาณกลโกงหรือความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคล และเลือกวิธีตอบสนองที่ปลอดภัยได้

ทำไม Deepfake จึงหลอกได้
สื่อสังเคราะห์อาจเลียนแบบใบหน้า เสียง หรือองค์ประกอบของบุคคลได้ การเห็นหรือได้ยินคนที่คุ้นเคยจึงไม่ใช่หลักฐานยืนยันตัวตนหรือคำพูดเพียงอย่างเดียว

สัญญาณเตือนของกลโกง
ระวังความเร่งด่วนหรือการข่มขู่ รางวัลหรือผลตอบแทนสูงผิดปกติ การแอบอ้างบุคคลหรือองค์กร การขอให้กดลิงก์หรือโอนเงิน และการติดต่อผ่านบัญชีที่ไม่ใช่ช่องทางทางการ

เมื่อสงสัย
หยุดการสนทนาหรือธุรกรรมก่อน อย่ากดลิงก์หรือโอนเงิน ตรวจสอบตัวตนผ่านช่องทางทางการที่ค้นหาเอง เก็บหลักฐาน และแจ้งผู้เกี่ยวข้อง หากโอนเงินไปแล้วให้ติดต่อธนาคารทันที การแชร์ต่อด้วยความหวังดีอาจเพิ่มการมองเห็นของข้อมูลผิดและสร้างผลกระทบต่อผู้ถูกแอบอ้าง

แหล่งอ้างอิงในเอกสารบทเรียน: ETDA; depa; UNESCO; NIST Generative AI Profile (2024)

กิจกรรมท้ายบท

ตัดสินใจ + เลือกหลักฐาน

รับมือคำขอโอนเงินเร่งด่วน

มีวิดีโอเสียงคล้ายคนรู้จักขอให้โอนเงินด่วนผ่านลิงก์ ควรทำอย่างไร?

สิ่งที่จะทำ
หลักฐานประกอบการตัดสินใจ
เรียงลำดับขั้นตอน

เรียงลำดับการรับมือคลิปขอร้องโอนเงินด่วน

จัดเรียงการตอบสนองต่อสถานการณ์จากขั้นแรกไปขั้นสุดท้าย ให้แยกชัดเจนระหว่างสิ่งที่ทำก่อนโอนเงินและสิ่งที่ทำหลังโอนเงินไปแล้ว

  1. หยุดการสนทนาและยังไม่กดลิงก์หรือโอนเงินทันทีแม้เสียงในคลิปจะคล้ายคนที่รู้จัก
  2. ทบทวนสัญญาณเตือนของความเร่งด่วน การข่มขู่ ผลตอบแทนผิดปกติ และช่องทางติดต่อที่ไม่เป็นทางการ
  3. ติดต่อกลับไปยังบุคคลหรือองค์กรผ่านช่องทางทางการที่ค้นหาเอง ไม่ใช่ช่องทางที่ได้รับมา
  4. เก็บหลักฐานการสนทนาและแจ้งผู้เกี่ยวข้องทั้งองค์กรและบุคคลที่ถูกแอบอ้าง
  5. หากโอนเงินไปแล้ว ให้ติดต่อธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีเพื่อระงับและแจ้งความ
เลือกได้หลายข้อ

เลือกสัญญาณเตือนและแนวทางรับมือที่ถูกต้อง

เลือกทุกข้อที่ถูกต้อง

บทที่ 5

บทเรียนที่ 5 จริยธรรมและความรับผิดชอบในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI)

กดปุ่มเพื่อโหลดคลิปจาก YouTube

บทเรียนที่ 5 จริยธรรมและความรับผิดชอบในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI)

คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว ความยินยอม ความเป็นธรรม และความรับผิดชอบของมนุษย์

จุดประสงค์การเรียนรู้
เมื่อจบบทนี้ ผู้เรียนสามารถพิจารณาความยินยอมและศักดิ์ศรีของผู้อื่น ระบุอคติหรือผลกระทบ และอธิบายความรับผิดชอบของผู้ใช้ได้

หลักคิดสำคัญ
คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ระวังอคติและการเลือกปฏิบัติ เปิดเผยการใช้ AI เมื่อบริบททำให้ผู้รับสารควรรู้ และอย่าโยนความรับผิดชอบทั้งหมดให้ระบบ งานที่มีผลกระทบสูงควรมีมนุษย์ตรวจสอบ

ความยินยอมต้องตรงกับการใช้งาน
การยินยอมให้ถ่ายรูปไม่ได้แปลว่ายินยอมให้นำไปทำมีม โพสต์ หรือใช้กับวัตถุประสงค์อื่นโดยอัตโนมัติ ควรพิจารณาว่าผู้ให้ความยินยอมได้รับข้อมูลครบถ้วน (Informed) ระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน (Specific) สมัครใจ (Voluntary) และเข้าใจเงื่อนไขการถอน (Revocable) หรือไม่

ก่อนสร้างหรือเผยแพร่
ถามว่าใครอาจได้รับผลกระทบ มีการใช้ภาพหรือเสียงของใครโดยไม่เหมาะสมหรือไม่ ผลลัพธ์สะท้อนอคติหรือไม่ และควรเปิดเผยหรือขออนุญาตเพิ่มเติมหรือไม่ ผู้สร้างและผู้เผยแพร่ยังต้องรับผิดชอบต่อการนำผลลัพธ์ไปใช้

แหล่งอ้างอิงในเอกสารบทเรียน: UNESCO Recommendation on the Ethics of AI (2021); NIST AI RMF 1.0 (2023); NSTDA AI Ethics Guideline (2022)

กิจกรรมท้ายบท

เลือกคำตอบ

ความยินยอมตรงกับวัตถุประสงค์หรือไม่

เพื่อนยินยอมให้ถ่ายรูป แต่ยังไม่ได้คุยเรื่องนำภาพไปทำมีมด้วย AI ควรทำอย่างไร?

จับคู่

จับคู่สถานการณ์กับหลักจริยธรรมและการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ

จับคู่สถานการณ์กับหลักจริยธรรมหรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องที่สุด ใช้แต่ละหัวข้อได้หนึ่งครั้งเท่านั้น

ในบทเรียนจริงแต่ละตัวเลือกใช้ได้ครั้งเดียว · เดโมไม่ตรวจการซ้ำ

บทที่ 6

บทเรียนที่ 6 กฎหมายและสิทธิที่เกี่ยวข้อง

กดปุ่มเพื่อโหลดคลิปจาก YouTube

บทเรียนที่ 6 กฎหมายและสิทธิที่เกี่ยวข้อง

รู้จักประเด็นสิทธิและแหล่งที่มาที่ควรตรวจ โดยไม่สรุปผลทางกฎหมายจากการใช้ AI เพียงอย่างเดียว

จุดประสงค์การเรียนรู้
เมื่อจบบทนี้ ผู้เรียนสามารถระบุประเด็นลิขสิทธิ์และข้อมูลส่วนบุคคล ตรวจเงื่อนไขการใช้สื่อ และเลือกตรวจสอบสิทธิที่เกี่ยวข้องก่อนเผยแพร่ได้

ตรวจสิทธิและที่มาก่อนใช้สื่อ
การที่ภาพหรือข้อความอยู่บนอินเทอร์เน็ตไม่ได้แปลว่านำไปใช้ได้โดยไม่มีข้อจำกัด ตรวจสอบเจ้าของผลงาน ใบอนุญาต วัตถุประสงค์การใช้งาน และแหล่งที่มา หากสื่อระบุตัวบุคคลได้ ให้พิจารณาความเป็นส่วนตัว สิทธิของเจ้าของข้อมูล และบริบทการใช้ด้วย

พิจารณากรณีอย่างระมัดระวัง
ประเด็นด้านกฎหมายอาจเกี่ยวข้องกับเนื้อหา การกระทำ เจตนา ความเสียหาย สิทธิของบุคคลหรือเจ้าของผลงาน และกฎหมายที่ใช้บังคับ จึงไม่ควรสรุปว่าเนื้อหาใดผิดกฎหมายหรือปลอดความรับผิดเพียงเพราะสร้างด้วย AI หรือเป็นการแชร์ต่อ

หมายเหตุสำคัญ
บทนี้เป็นความรู้เบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย สถานะกฎหมายและนโยบายอาจเปลี่ยนแปลง ต้องตรวจสอบกับแหล่งข้อมูลทางการที่เป็นปัจจุบันและผู้เชี่ยวชาญก่อนเผยแพร่หรือใช้ตัดสินกรณีจริง

แหล่งอ้างอิงในเอกสารบทเรียน: กฎหมายและเอกสารของกรมทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ ETDA (โปรดทบทวนสถานะและลิงก์ก่อนเผยแพร่)

กิจกรรมท้ายบท

เลือกคำตอบ

ตรวจสิทธิและบริบทก่อนเผยแพร่

ก่อนเผยแพร่สื่อที่สร้างด้วย AI และมีภาพหรือข้อมูลของผู้อื่น ควรทำอย่างไร?

จับคู่

จับคู่สถานการณ์กับสิทธิและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

จับคู่สถานการณ์กับสิทธิ กฎหมาย หรือนโยบายที่เกี่ยวข้องที่สุด ใช้แต่ละหัวข้อได้หนึ่งครั้ง รายการนี้เป็นการเรียนรู้เบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย

ในบทเรียนจริงแต่ละตัวเลือกใช้ได้ครั้งเดียว · เดโมไม่ตรวจการซ้ำ

ความเป็นส่วนตัว: หน้านี้ไม่ขอชื่อ ไม่มีความยินยอม ไม่มีรหัสผู้เข้าร่วม และไม่ส่งข้อมูลกลับเซิร์ฟเวอร์ · วิดีโอใช้ youtube-nocookie · ภาพประกอบบทที่ 2 คงเครดิตและสัญญาอนุญาตตามต้นฉบับ